ข่าวประสัมพันธ์

>> รับสมัครเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์และการตลาดจำนวนมาก ติดต่อด่วนที่ .....

       E-mail : acmeway@gmail.com .......



>> รับสมัครผู้ร่วมโครงการข้าวเกษตรอินทรีย์ 1.5 ตันต่อไร่ จำนวนมากให้คำปรึกษาฟรีโดยแอ็คมีเวย์           สนใจติดต่อ 081-4670154 ด่วน รับจำนวนจำกัด



สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม >> คลิ๊กที่นี่




 

 

 
 

 

คลอโรฟิลด์ (Chlorophyll) “The Blood of the Plant”
เกือบ 100 ปี แห่งการค้นพบ

     คลอโรฟิลด์ (Chlorophyll) คือสารประกอบ ที่ทำให้พืชมีสีเขียว และใช้ในการสังเคราะห์แสง (Photosynthesis) มีการค้นพบสูตรโครงสร้างทางเคมีครั้งแรก เมื่อประมาณต้นศตวรรษที่ 20 โดยนักวิทยาศาสตร์ชื่อ ศาสตราจารย์ฮาน์ส ฟิชเชอร์ (Hanns Fisher, M.D.) และเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับรางวัลโนเบล (Nobel Prizes) เนื่องจากสามารถค้นพบ ความสัมพันธ์ระหว่างเม็ดเลือดแดงและคลอโรฟิลล์ ทำให้เราทราบว่า สูตรโครงสร้างโมเลกุลของคลอโรฟิลล์ ใกล้เคียงกับโมเลกุลของเม็ดเลือดแดง  ต่างกันเฉาะตรงกลางที่คลอโรฟิลล์มีแมกนีเซียม (Mg) และเม็ดเลือดแดงมีเหล็ก (Fe)  จึงทำให้สีของมันต่างกัน  คือ คลอโรฟิลล์มีสีเขียว แต่เม็ดเลือดมีสีแดง


     จากการวิจัยทางการแพทย์หลายๆ การวิจัยก็ยืนยันได้ว่า ร่างกายของเรา ก็จะสามารถนำเอาสารคลอโรฟิลล์นี้ ไปเป็นสารตั้งต้นในการสร้างเม็ดเลือดแดง (Red Blood Cell) เมื่อร่างกายของเราต้องการ ทำให้อัตราการเพิ่มของเม็ดเลือดแดงดีขึ้น

 

ลิควิด คลอโรฟิลด์ (Liquid Chlorophyll)

     เป็นคลอโรฟิลด์รูปแบบนำ้ ด้วยส่วนผสมของ โซเดียมคอปเปอร์คลอโรฟิลลิน (Sodium Copper Chlorophyll) เป็นการดัดแปลงโครงสร้าง คลอโรฟิลด์ตามธรรมชาติ ทำให้ได้สารคลอโรฟิลด์ที่มีความคงตัวและละลายน้ำได้ดี ผ่านมาตรฐานของ องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) รับประทานง่ายและดูดซึึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว แต่งรสชาติให้อร่อยขึ้นด้วยเปปเปอร์มินท์ (Peppermint)



ส่วนประกอบหลักของ ลิควิด คลอโรฟิลด์ (Liquid Chlorophyll)


Alfafa (Lucene) มหัศจรรย์อัลฟาฟ่า


     อัลฟัลฟา (Alfalfa) (Lucene) จัดเป็นพืชจำพวกตระกูลถั่วที่มีฝัก เป็นพืชพื้นเมืองของเอเชียตะวันตก และแถบเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก เป็นพืชชนิดแรก ๆ ที่ใช้เพื่อการเพาะปลูก เติบโตได้ในแถบทุกอากาศทั่วโลก อัลฟัลฟา (Alfalfa) มีระบบรากที่มหัศจรรย์มาก ในบางพื้นที่รากของ อัลฟัลฟา (Alfalfa) สามารถชอนไชลงไปได้ลึกกว่า 130 ฟุต จึงมีประสิทธิภาพในการดูดซึมธาตุอาหารได้มากกว่าและบริสุทธิ์กว่า อีกทั้งตัวของ อัลฟัลฟา (Alfalfa) เองก็จะไม่สะสมสารพิษ ชาวอาหรับโบราณรู้จักใช้ประโยชน์จาก "อัลฟัลฟา (Alfalfa)" มากว่า 2,000 ปีก่อนคริสตกาล โดยใช้เป็นพืชเลี้ยงสัตว์ เพื่อเพิ่มความเร็วและแข็งแรงให้กับม้า อีกทั้งยังใช้ใบมาตากแห้งชงเป็นชาดื่ม ด้วยคุณค่าทางอาหารที่มากมายชาวอาหรับจึงขนานนาม อัลฟัลฟา (Alfalfa) ให้เป็น AL-FAS-FAH-SHA หรือ "ราชาแห่งอาหารทั้งมวล"

 

 

     อัลฟัลฟา (Alfalfa) ใด้ถูกใช้เพื่อการรักษาทางการแพทย์มาตั้งแต่ในสมัยโบราณ โดยแพทย์ชาวจีนได้ใช้ใบ อัลฟัลฟา (Alfalfa) อ่อนในการรักษาอาการย่อยอาหารไม่ปกติ เช่นเดียวกันกับแพทย์ชาวอินเดียที่ใช้ใบ และดอกสำหรับการรักษากระบวนการย่อยทำงานที่ทำงานได้น้อย นอกจากนี้ อัลฟัลฟา (Alfalfa) ยังใช้เพื่อการบำบัดโรคข้อต่ออักเสบ ชาวอินเดียนในอเมริกาเหนือได้แนะนำให้ใช้ อัลฟัลฟา (Alfalfa) ในการรักษาโรคดีซ่าน และช่วยสนับสนุนการจับตัวของเลือด แพทย์ที่ใช้สมุนไพรเพื่อการบำบัดในสหรัฐอเมริการได้แนะนำให้ใช้ อัลฟัลฟา (Alfalfa) เป็นยาสำหรับอาการย่อยไม่เป็นปกติ ภาวะโลหิตจาง เบื่ออาหารและอาการการดูดซึมอาหารไม่ดี นอกจากนี้ยังแนะนำว่า อัลฟัลฟา (Alfalfa) มีส่วนกระตุ้นให้การหลั่งน้ำนมในแม่ดีขึ้นอีกด้วย

 

 

     ด้วยระบบรากที่มีประสิทธิภาพ ในการดูดซึมธาตุอาหารมากกว่าพืชชนิดใด ๆ เป็นผลให้ อัลฟัลฟา (Alfalfa) เป็นพืชที่มีส่วนประกอบของสารต่าง ๆ มากมาย มี กรดอะมิโน ที่จำเป็นต่อร่างกายถึง 8 ชนิด เช่น lsoleucine, Leucine, Lysine, Methionine เป็นต้น ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ แต่จำเป็นต้องมีไว้เพื่อประโยชน์ในการสร้างเซลล์ใหม่ อีกทั้ง อัลฟัลฟา (Alfalfa) ยังมีวิตามินอีกมากมาย รวมถึง วิตามิน A, B1, B6, B8, B12, C, D, E, K, P และ U รวมทั้งยังประกอบไปด้วยเกลือแร่อีกหลากชนิด เช่น ฟอสฟอรัส โปรแตสเซียม แคลเซียม สังกะสี เซเลเนียม และแมกนีเซียม เป็นต้น และยังมีเอนไซม์หลักอีกถึง 8 ชนิด คือ ไลเปส อาเมเลล โคกุเลส อีมูลซิน อินเวอร์เคส เปอร์อ๊อกซีเตส เพดติเนส โปรตีส นอกจากนี้ อัลฟัลฟา (Alfalfa) ยังมีส่วนประกอบของสารอื่น ๆ อีก เช่น Betacarotene, Bioflavinoids, Carotene, Chlorine Chlorophyll , flavone, isoflavone, sterol และ Saponin เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่เป็นสารที่ให้คุณต่อร่างกายด้วยกันทั้งนั้น



ใบหม่อน (Mulberry)
     มีสารจำพวกฟลาโวนอยด์ ไฟโตสเตียรอล ไตรเทอร์ปีน แอลคาลอยด์ เซราไมด์ และน้ำมันหอมระเหย นอกจากนี้ยังมีสารอาหารต่าง ๆ ในปริมาณสูง เช่น คาร์โบไฮเดรต เพคติน โปรตีน เส้นใยอาหาร รวมทั้งวิตามินบี ซี และเบต้าแคโรทีนด้วย มีฤทธิ์ในการยับยั้งการสร้างเมลานิน ขบวนการสร้างเม็ดสีที่ผิวหนัง บำรุงสายตา  ช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดปริมาณน้ำตาลในเลือด

 

ประโยชน์ของ สารสกัดใบหม่อน (Mulberry Extract)

  1. มีสารพวกเควอซิติน (Quercetin) และเคมเฟอรอล (Kaempferol) ซึ่งอยู่ในกลุ่มของ Flavoniods
  2. มีคุณสมบัติป้องกันการดูดซึมของน้ำตาลในลำไส้ ทำให้เลือดหมุนเวียนดี ลดอาการแพ้ต่าง ๆ อีกด้วย
  3. มีสารดีอ๊อกซิโนจิริมายซิน ซึ่งมีคุณสมบัติลดระดับน้ำตาลในเลือด และเสริมฤทธิ์การหลั่งอินซูลิน
  4. มีสารกาบา (GABA-gamma) มีคุณสมบัติช่วยลดระดับไขมันในเลือด ลดการเกิดลิ่มเลือด
  5. สามารถลดไขมันในเลือดผู้ป่วยโรคเบาหวานทั้ง Cholesterol และ Triglyceride
  6. มีแคลเซียมสูง ช่วยป้องกันกระดูกพรุน และลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย
  7. มีสารโพลีฟีนอล ช่วยทำให้ผิวขาว ช่วยยับยั้งการสร้างเมลานิน ต้านการอักเสบ ต้านเชื้อแบคทีเรีย


ต้นอ่อนข้าวบาร์เลย์
     สารสกัดที่สำคัญจากใบอ่อนข้าวบาร์เลย์  คือ 2”-O-glycosylisovitexin (2”-O-GIV) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ป้องกันอันตรายจากการทำลายผิวจากรังสี UV ซึ่งสูงกว่าวิตามิน E ประมาณ 500 เท่า นอกจากนี้ยังเป็นสารที่มีความยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระได้มากกว่า วิตามิน C อีกด้วย

 

  1. เพิ่มจำนวนเซลล์เม็ดเลือดแดงและช่วยลดความดันเลือด
  2. ทำความสะอาดเลือด, อวัยวะและทางเดินอาหาร                     
  3. ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญอาหารของร่างกายและระบบเอนไซม์ของเลือด
  4. ช่วยในการลดความดันโลหิตโดยการขยายทางเดินเลือดทั่วร่างกาย
  5. กระตุ้นต่อมไทรอยด์การแก้ไขโรคอ้วน, อาหารไม่ย่อย
  6. ปรับสมดุลความเป็นกรด-ด่างของเลือด ,แร่ธาตุที่เป็นด่างจะช่วยลดความเป็นกรดมากเกินไปในเลือด
  7. สามารถรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ,ท้องผูกท้องเสียและโรคอื่น ๆ ของระบบทางเดินอาหาร
  8. มีประสิทธิภาพล้างสารพิษในตับและเลือด
  9. สามารถปกป้องเราจากสารก่อมะเร็ง ที่เราได้รับจากอาหาร ยา และมลพิษต่างๆ
  10. วีทกราสสามารถเพิ่มออกซิเจนให้กับเซลล์ในร่างกาย แต่เซลล์มะเร็งอยู่ไม่ได้ในที่มีออกซิเจน
  11. มีความสามารถที่มีประสิทธิภาพที่จะต่อสู้กับเนื้องอก และสารพิษโดยไม่มีความเป็นพิษตกค้างในร่า่งกาย
  12. สารที่พบในน้ำหญ้าทำความสะอาดเลือดและปรับสภาพ สามารถย่อยสลายสารพิษในเซลล์ของเรา
  13. กระตุ้นการทำความสะอาดอย่างรวดเร็วของลำไส้ สามารถลดเศษซากอาหารที่ตกค้างอยู่ในลำไส้
  14. นำมาใช้กับผิวภายนอกสามารถช่วยขจัดอาการคันเกือบจะในทันที
  15. ทำหน้าที่เป็นยาฆ่าเชื้อ. ลูบลงในหนังศีรษะก่อนสระผมจะช่วยซ่อมผมเสียและบรรเทาอาการคัน
  16. ขจัดสารพิษเช่นแคดเมียม, นิโคติน, Strontium, ปรอท, และโพลีไวนิลคลอไรด์
  17. ช่วยให้ผมกลับมาเป็นสีดำตามธรรมชาติอีกครั้ง แก้ผมหงอก
  18. ทำความสะอาดเลือดและช่วยฟื้นฟูเซลล์ชรา, ชะลอริ้วรอย ลดกระบวนการเสื่อมของร่างกายต่างๆ
  19. ลดผลกระทบจากการใช้รังสีและทำหน้าที่เป็นสารต้านการอักเสบป้องกันความเสียหายของร่างกาย
  20. ลดระดับนำ้ตาลในเลือด คอเลสเตอรอล และความดันโลหิต
  21. บรรเทาอาการภูมิแพ้และอาการปวดต่างๆ เช่น ปวดข้อ ปวดศีรษะ
  22. ช่วยทำให้การมองเห็นดีขึ้น สำหรับคนที่เป็นต้อกระจก
  23. ช่วยให้ร่างกาย สดชื่น หายเหนื่อยจากการอ่อนเพลีย
  24. ดับกลิ่นตัว และกลิ่นปาก